|
แหล่งก๊าซชีวภาพ
ในกระบวนการย่อยนั้ สารอินทรีย์ (ของเสีย) ในน้ำเสียจะถูกย่อยจะถูกย่อยสลายไป ซึ่งสามารถทำให้ค่า Biological Oxygen Demand (BOD) ของน้ำเสียนั้นลดลงจนถึงระดับที่ปลอดภัยสามารถปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติได้ นอกจากนั้น ของเสียหรือมูลสัตว์เหลวที่ผ่ายกระบวนการย่อยนี้แล้วสามารถนำมาใช้เป็นปุ๋ยได้อีกด้วย เทคโนโลยีบ่อหมักจำนวนมากได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการย่อยและการกักเก็บก๊าซฯที่ผลิตได้ไว้ใช้งานต่อไป แหล่งทรัพยากรก๊าซชีวภาพที่สำคัญของประเทศไทย ได้แก่ ฟาร์มปศุสัตว์โดยเฉพาะ ฟาร์มหมู และกากของเสียจากอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ในประเทศไทยมีศักยภาพรวมกันในการผลิตไฟฟ้ามากถึงกว่า 50 MW โดยใช้ก๊าซฯ ที่ผลิตได้จากอุจจาระของหมู ส่วนศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าจากอุตสาหกรรมแปรรูปมันสำปะหลังมีถึง 350 MW โดยประมาณ และอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันก็มีศักยภาพในการผลิตมากเช่นเดียวกัน ฟาร์มหมู ฟาร์มซึ่งใช้บ่อหมัก (Digester) ผลิตก๊าซชีวภาพนั้น สามารถที่จะแก้ปัญหามลพิษและกลิ่นได้ และลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของฟาร์มได้ นอกจากนี้ บางฟาร์มซึ่งสามารถผลิตก๊าซฯ ได้มากและผลิตไฟฟ้าที่มากเกินความต้องการใช้ภายในฟาร์มก็สามารถส่งไฟฟ้าส่วนเกินนี้ ขายให้กับการไฟฟ้าโดยผ่านกฎระเบียบของการซื้อขายไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก ตารางข้างล่างแสดงถึงการกระจายของฟาร์มหมูขนาดกลางของประเทศไทย (ขนาด 60-600 หน่วยปศุสัตว์) ฟาร์มหมูขนาดกลางของประเทศไทย แบ่งโดยหน่วยปศุสัตว์
น้ำเสียจากอุสาหกรรม อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารนั้น ก็มีศักยภาพในการผลิตก๊าซชีวภาพอย่างมาก อุตสาหกรรมอาหารที่เกี่ยวข้อง กับการแปรรูปมันสำปะหลัง เช่น โรงงานแป้งมัน สาคู การแปรรูปปาล์มน้ำมัน หรือโรงฆ่าสัตว์ สามารถนำน้ำเสียมาใช้ในการผลิตก๊าซฯ ได้เป็นอย่างดี Thai Net Metering Project is a project of Palang Thai. Please direct energy questions to info@netmeter.org, and website comments to webmaster@netmeter.org. - |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||